Tag Archive | ข่าวกีฬาต่างประเทศ

วาทะเดือดก่อนเกม! มุมมอง “แฟนบอลเวียดนาม” ก่อนเจอ ไทย ศึกคัดบอลโลก

ถือเป็นเกมที่มีความสำคัญทั้งสองทีม สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรกของกลุ่ม จี ระหว่างทีมชาติไทย จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของคู่ปรับทีมชาติเวียดนาม ที่สนาม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ในวันที่ 5 กันยายน นี้ เราลองไปฟังความคิดเห็นของแฟนๆ ชาวเวียดนาม กันเกี่ยวกับเกมนัดนี้ คอมเมนต์ที่ 1 ตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมา การเจอกันของ เวียดนาม และ ไทย ดูเหมือนว่าจะสู้เกมในวันที่ 5 กันยายนนี้ไม่ได้ เกมนี้จะกลายเป็นที่สนใจมากๆ ของทั้งสองชาติ คอมเมนต์ที่ 2 นักเตะไทยเป็นพวกที่ชอบอารมณ์ร้อน และมักจะเล่นพลาดง่ายๆ หวังว่าพวกเราจะใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของเขาในครั้งนี้เอาชนะให้ได้ คอมเมนต์ที่ 3 เอากันตรงๆ ปัจจุบัน เวียดนาม ไม่ได้เป็นรองไทยอีกต่อไป แถมนี่เป็นนัดแรกในการคุมทีมของ นิชิโนะ ดังนั้นพวกเขาต้องเต็มที่แน่นอน แต่ข้อได้เปรียบเดียวของพวกเขาในเกมนี้ก็คือการได้ลงเล่นในบ้านเท่านั้น คอมเมนต์ที่ 4 หลังจบเกม แฟนบอลชาวไทย จะออกมาพูดว่า นัดนี้เราแพ้เพราะขาดโชค คอมเมนต์ที่ 5 มันฟังดูแย่มากหากเราจะบุกไปถล่มพวกเขาคาบ้าน เอาเป็นว่าแค่ชนะก็พอ คอมเมนต์ที่ 6 การเผชิญหน้ากับทีมเทพอย่างพวกเราเขาจะเอาอะไรมาสู้ เผลอๆ อาจโดนแบบที่แพ้ อินเดีย ในเอเชียนคัพ คอมเมนต์ที่ 7 ทำไมฉันมีความมั่นใจว่า เวียดนาม จะชนะไทยได้ คอมเมนต์ที่ 8 ฉันว่าเกมนี้ ทีมชาติไทย คงไม่กล้าเปิดเกมบุกใส่เราแบบเต็มรูปแบบเหมือนในอดีต เพราะพวกเขากลัวเราไปแล้ว คอมเมนต์ที่ 9 เกมนี้ อากิระ นิชิโนะ จะต้องเป็นฝ่ายกดดันเพราะถือเป็นการเปิดตัวคุมทีมครั้งแรกของเขา คอมเมนต์ที่ 10 เกมนี้ถ้าผลออกมาที่เราชนะ หรือเสมอ ฉันก็ถือว่าโอเคแล้ว เพราะทีมเวียดนาม ไม่ได้กดดันอะไรเลย คอมเมนต์ที่ 11 เชื่อเลยเกมนี้ ทีมไทย จะเล่นหนักใส่เราแน่นอน เพราะพวกเขากดดันอย่างหนัก คอมเมนต์ที่ 12 ทีมชาติไทย แข็งแกร่งกว่าเวียดนามมาในทุกระดับอายุ ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เวียดนาม เหนือกว่าไทยทุกรุ่นอายุ และแน่นอนตอนนี้เราเหนือกว่าเขาอย่างชัดเจน คอมเมนต์ที่ 13 มุมมองของฉัน ตอนนี้คนไทยกำลังสร้างความกดดันให้กับนักเตะตัวเอง เพราะการแข่งขันนี้พวกเขาถูกบังคับให้ต้องชนะเท่านั้นเพื่อศักดิ์ศรีของพวกเขา แต่เขาจะทำผิดพลาดด้วยการแพ้ให้เรา 1-2 และถึงเวลานั้นเขาจะรู้ว่าใครคือเบอร์ 1 ของอาเซียน คอมเมนต์ที่ 14 ฉันกลับเห็นต่าง ในการแข่งขันครั้งนี้ ทีมชาติไทย ต้องชนะเท่านั้น ด้วยระดับทีมแล้วฉันมองว่าไม่ต่างกันแล้ว แต่พวกเขาได้เปรียบที่เล่นในบ้าน แถมเป็นการทำงานของโค้ชคนใหม่ที่เหมือนจะแพ้ไม่ได้ ดังนั้น เวียดนาม ต้องห้ามประมาทเด็ดขาด คอมเมนต์ที่ 15 เห็นได้ชัดว่าเกมนี้ทั้งสองทีมเรียกกองกลางมาเยอะมาก ดังนั้นจะเป็นการต่อสู้กันในแดนกลาง หาก เวียดนาม แพ้ในจุดนั้นทีมจะเสียเปรียบอย่างมาก คอมเมนต์ที่ 16 ทีมชาติไทย ต้องเรียกว่าผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ต่อจากนี้พวกเขาจะไม่สามารถคว้าแชมป์ซีเกมส์ได้อีกเลย เรามารอดูผลการแข่งขันกันว่าใครคือเบอร์ 1 ในภูมิภาคนี้กัน ฉันไม่ชอบประเทศไทย ดังนั้นแน่นอน เกมนี้เวียดนามบุกชนะ คอมเมนต์ที่ 17 ฉันคิดว่าเกมนี้ ทีมไทย จะมาเล่นเพรสซิ่งไล่บอลพวกเราอย่างหนัก แน่นอนด้วยความไม่ฟิตของผู้เล่นเวียดนาม จะทำให้เจอกับงานที่ยากลำบากแน่นอน หวังว่า ปาร์ค ฮัง ซอ จะแก้เกมได้ดี คอมเมนต์ที่ 18 ฉันหวังว่าในบอลโลก 2020 จะมีทีมจากอาเซียนได้ตั๋วไปแข่งบ้าง และแน่นอนทีมนั้นต้องเป็นเวียดนาม คอมเมนต์ที่ 19 เกมนี้ทีมไทยจะมาเล่นแบบประกบตัวตัวแน่นอน ดังนั้นเราต้องวางแผนรับมือให้ดี คอยทำลายเกมพวกเขา และถ้าเราได้ประตูออกนำก็ลงมาเน้นรับแล้วโต้ตามแผนของเรา คอมเมนต์ที่ 20 เราต้องควบคุมอารมณ์ให้อยู่ ต้องใจเย็นมากๆ เพราะพวกเขาเล่นเกมหนักใส่เราแน่นอน แต่หากเราไม่ใจร้อนทุกอย่างจะเข้าทางเรา และทันทีที่เสียงนกหวีดสิ้นสุดลง เราจะเป็นฝ่ายดีใจ เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

ไม่ใช่แค่ ชาน ! 5 แข้งลิเวอร์พูลคิดผิดมหันต์อำลา “หงส์แดง”

หลังจากเหตุการณ์ที่ เอ็มรี่ ชาน ออกมาแสดงความไม่พอใจ ยูเวนตุส เมื่อเขาไม่ได้เป็นตัวหลักของ “ม้าลาย” ในฤดูกาลนี้ และจุดแตกหักที่สุดก็คือการโดนตัดชื่อออกจากทีมชุดลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ทำให้ ดาวเตะเลือดด๊อยท์ช ต้องออกโรงจวกสโมสรอย่างรุนแรง จะว่าไปแล้วก่อนหน้านั้น ชาน คืออนาคตใหม่ของ ลิเวอร์พูล และน่าจะเป็นตัวหลักในการสร้างทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่แล้วนักเตะกลับเลือกย้ายหนีต้นสังกัดเพื่อไปเล่นแบบฟรีเอเยนต์กับ ยูเว่ เพราะเจ้าตัวคิดว่าจะยิ่งพัฒนาศักยภาพมากขึ้นหากได้สวมชุด “ม้าลาย” สำหรับตอนนี้ ชาน คงรู้สึกตัวแล้วว่าคิดผิดมหันต์ที่เลือกปัดการต่อสัญญากับ ลิเวอร์พูล เพื่อจะได้ย้ายมาเล่นกับ ยูเวนตุส เพราะหากเขาคิดให้ถ้วนถี่แน่นอนว่าการอยู่กับ “หงส์แดง” กุนซือคล็อปป์ คงเลือกให้เขาเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเกมแดนกลางของทีม อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ แข้งทีมชาติเยอรมนีเท่านั้นที่เพิ่งตาสว่างว่าตัวเองทำพลาดที่ทิ้ง ลิเวอร์พูล ไป เพราะยังมีเพื่อนร่วมทีมอีกหลายคนที่ต้องพบกับชะตากรรมเดียวกัน แต่งานนี้ขอคัดแบบเน้นๆ ที่เห็นว่านักเตะคิดผิดที่ย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ เอ็มเร่ ชาน (ยูเวนตุส กรกฎาคม 2018) บางคนอาจจะพูดว่า ดาวเตะชาวเยอรมัน โบกมือลาแอนฟิลด์ และได้เล่นในบทบาทสำคัญกับ “ม้าลาย” แถมประสบความสำเร็จในฤดูกาล 2018-19 เมื่อลงสนาม 29 แมตช์ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา และ 6 แมตช์ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างไรก็ตาม หลังจากการเซ็นสัญญาครั้งสำคัญในช่วงซัมเมอร์นี้ ส่งผลให้ ชาน หลุดจากทีมตัวจริง การที่ ยูเว่ คว้าตัว อารอน แรมซี่ย์ และ อาเดรียง ราบิโอต์ มาร่วมทีม ส่งผลกระทบต่ออนาคตของ ชาน ทันที นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ กองกลางมาดเข้ม ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ยิ่งทำให้อนาคตของเขากับทีมเริ่มมืดมนลงเรื่อยๆ จริงๆ แล้วหาก ชาน ตัดสินใจที่จะอยู่กับ “เดอะ เร้ดส์” ต่อไป แน่นอนว่าเขาจะเป็นขุมกำลังสำคัญของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ และยิ่งในปัจจุบัน ลิเวอร์พูล กำลังมีพัฒนการอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรก ฉะนั้นหาก ชาน ยังสวมชุดสีแดงเพลิง เขาคงเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์ “หงส์แดง” ก็ได้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (บาร์เซโลน่า มกราคม 2018) หลังจากที่แยกทางกับ อินเตอร์ มิลาน ในเดือนมกราคม 2013 ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ (ราว 304 ล้านบาท) ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ พัฒนาตัวเองขึ้นมาจนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดของ ลิเวอร์พูล และเป็นขวัญใจมหาชนของสาวก “เดอะ ค็อป” อย่างรวดเร็ว ช่วงหลายปีที่อยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ “คูตี้” ผลิตผลงานสุดยอดจนได้รับฉายา “พ่อมดน้อย” ส่งผลให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก โดยความสำเร็จในเรื่องฟอร์มการเล่นของ คูตินโญ่ เกิดขึ้นภายใต้การเล่นให้กับสโมสรแห่งนี้ และนั่นทำให้ บาร์เซโลน่า สนใจนักเตะจนนำไปสู่การพยายามที่จะคว้าตัวมาร่วมทีม เหตุการณ์ดราม่าที่สุดในเรื่องนี้ก็คือตอนที่ คูตินโญ่ เล่นให้กับทีมชาติบราซิล และยิงประตูได้พร้อมกับร้องไห้เป็นเด็กน้อย เนื่องจากผิดหวังที่ไม่ได้ย้ายไปอยู่กับบาร์ซ่าในช่วงซัมเมอร์ แต่สุดท้ายนักเตะก็สมหวังเมื่อ “หงส์แดง” ยอมปล่อยตัวในเดือนมกราคม 2018 นับตั้งแต่เพลย์เมกเกอร์ชาวบราซิเลียน ย้ายไปเล่นในคัมป์ นู ดูเหมือนเขาจะประสบความสำเร็จกับทีมในช่วงแรก แต่เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา คูตินโญ่ ไม่ค่อยได้รับความไว้วางใจจากกุนซือเอร์เนสโต้ บัลเบรเด้ ทำให้ซัมเมอร์นี้นักเตะพยายามที่จะหาสโมสรใหม่ และสุดท้ายก็โบกมือลาไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสัญญาลืมตัว จอร์ดอน ไอบ์ (บอร์นมัธ กรกฎาคม 2016) ปีกชาวอังกฤษ อาจจะไม่ได้มีศักยภาพระดับเดียวกับ คูตินโญ่ หรือ ชาน แต่แน่นอนว่าเขาคงมีอนาคตและพัฒนาฝีเท้าหากอยู่กับทีมต่อไป หลังจากที่ย้ายมาจาก วีคอมบ์ นักเตะต้องเริ่มต้นด้วยการเป็นนักเตะเยาวชนของทีมก่อนจะก้าวขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในฤดูกาล 2014-15 หลังจากนั้นใช้เวลากับการเล่นแบบยืมตัวกับ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ และ ดาร์บี้ เคาท์ตี้ ไม่นานนัก ไอบ์ ก็พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเป็นแข้งสำคัญในฤดูกาล 2015-16 ไอบ์ ได้ลงเล่น 27 เกมในพรีเมียร์ลีก และ 41 แมตช์ในทุกรายการ รวมถึงการโชว์ฟอร์มจนคว้าแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ปะทะ เอฟเวอร์ตัน อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวเชื่อว่าผลงานของตนควรได้เป็นตัวหลักอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้เขาเลือกย้ายไปเล่นกับ บอร์นมัธ ด้วยสัญญา 5 ปี ย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น ไอบ์ ทำผลงานได้ดีจนติดทีมชาติอังกฤษ แต่ตอนนี้นักเตะต้องพบกับความยากลำบากในการเล่นให้ “เดอะ เชอร์รีส์” ไมเคิ่ล โอเว่น (เรอัล มาดริด สิงหาคม 2004) หนุ่มน้อยโอเว่นที่เกิดและเติบโตมากับ ลิเวอร์พูล โดยใช้เวลาค้าแข้งกับ “หงส์แดง” 13 ปี รวมถึงการเล่นให้ทีมในระดับเยาวชน 5 ฤดูกาล หัวหอกร่างเล็กความเร็วสูง ตะบันประตูในเกมพรีเมียร์ลีกไปเบาะๆ 118 ประตูจากการเล่น 216 แมตช์ ส่งให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นตำนานให้กับสโมสรและทีมชาติอังกฤษ โดยการเล่นให้ทัพ “สิงโตคำราม” นักเตะซัดไป 40 ประตู แน่นอนว่าในเวลานั้น โอเว่น ได้รับการคาดหมายว่าจะเก่งยิ่งกว่านี้ และมีสิทธิ์ช่วย ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีกเมืองผู้ดีเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี อย่างไรก็ตาม โอเว่น เกิดความเคืองขุ่นใจเกี่ยวกับอนาคตของเขากับต้นสังกัด ส่งผลให้เขาเลือกหักดิบด้วยการย้ายหนี “หงส์แดง” แบบช็อกสาวก “เดอะ ค็อป” ในช่วงซัมเมอร์ปี 2004 เพื่อไปเล่นให้กับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด แถมค่าตัวแค่ 8 ล้านปอนด์ (ราว 304 ล้านบาท) เท่านั้น การเล่นในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว นั้น โอเว่น ซัดไปเพียง 13 ประตูในซีซั่นเดียว ก่อนจะย้ายไปเล่นให้ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในปี 2005 ซึ่งเจ้าตัวเพิ่งออกมายอมรับในหนังสืออัตชีวประวัติเมื่อเร็วๆ นี้ว่าคิดผิดมหันต์ในอาชีพพ่อค้าแข้งที่มาเล่นในถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (ลีดส์ พฤศจิกายน 2001) ดาวยิงเจ้าของฉายา “ก็อด” ซึ่งสาวก “เดอะ ค็อป” รู้สึกเป็นอย่างดีจากผลงานการตะบันประตูของ ฟาวเลอร์ ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่เล่นให้กับต้นสังกัด รวมถึง 9 ปีที่อยู่กับทีมเยาวชน ฟาวเลอร์ ก้าวขึ้นมาเป็นตำนาน “หงส์แดง” อย่างรวดเร็ว ด้วยสถิติซัดประตูในพรีเมียร์ลีกไปเบาะๆ 120 ลูกจากการเล่น 236 แมตช์ แต่หลังจากที่เกิดรอยร้าวในใจกับ เชราร์ด อุลลิเย่ร์ ผู้จัดการทีม และ ฟิล ธอมป์สัน ผู้ช่วย ในปี 2001 ทำให้เจ้าตัวเลือกทิ้งถิ่นแอนฟิลด์ ในฤดูกาล 2001–2002 อย่างไรก็ตาม ฟาวเลอร์ ต้องพบกับความล้มเหลวในการเล่นให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด โดยใช้เวลาเพียงแค่ 2 ปี จากนั้นก็ต้องลาสโมสรก่อนที่พวกเขาจะตกชั้น เพื่อไปเล่นกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างไรก็ตาม นักเตะกลับมาเล่นให้ “เดอะ เร้ดส์” พร้อมกับยิงได้ 8 ประตู ฟาวเลอร์ ซึ่งติดทีมชาติอังกฤษ 26 แมตช์ ยังโยกไปเล่นให้ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, นอร์ธ ควีนส์แลนด์ ฟูรี่, เพิร์ธ กลอรี่ และ เมืองทอง ยูไนเต็ด ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2012 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ต้องใช้เวลา!แกรี่ชี้โซลชาทำแมนยูมาถูกทางแล้ว

แกรี่ เนวิลล์ ระบุ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังทำทีมมาถูกทางแล้ว จากการที่เน้นให้ทีมมีนักเตะที่ต้องการเล่นให้ “ปีศาจแดง” จริงๆ พร้อมชี้ มันต้องใช้เวลาสักหน่อยก่อนที่จะประสบความสำเร็จ แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง” กำลังทำทีมมาในทางที่ถูกต้องแล้ว แม้ว่าผลงานของพวกเขาจะไม่ดีเท่าที่ควรก็ตาม หลังจากที่ชนะ เชลซี 4-0 ในนัดเปิดฤดูกาล แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ชนะใครเลย 3 นัดติดต่อกัน แบ่งเป็นการเสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-1, แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-2 และเจ๊ากับ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 จนทำให้ “เร้ด อาร์มี่” บางส่วนไม่พอใจกับผลงานของทีมมากๆ เนวิลล์ คนพี่ เผยว่า “เมื่อคุณมีทีมที่ยังถือเป็นทีมวัยหนุ่มอย่างที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วน่ะ มันก็หมายความว่านักเตะหลายคนอยู่ในช่วงพัฒนาฝีเท้า และพยายามที่จะปรับปรุงตัวเองอยู่ ผมคิดว่ามันจะมีหลายนัดที่ถึงแม้พวกเขาจะเล่นได้ดี แต่ก็จะได้ผลการแข่งขันแบบเดียวกับในเกมที่เจอกับ วูล์ฟส์ และ เซาธ์แฮมป์ตัน” “ที่จริงในเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน นี่ผมคิดว่าพวกเขาเล่นได้โอเคเลยนะ แต่พวกเขาไม่มีความเฉียบขาดที่จะทำให้พวกเขาเดินหน้าต่อและคว้าชัยชนะมาครองได้ แน่นอนว่าแฟนบอล ยูไนเต็ด หงุดหงิดกันอย่างมาก เมื่อพิจารณาถึงสถานะของสโมสร ไม่นานมานี้ทีมยังประสบความสำเร็จอย่างมากภายใต้การทำทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อยู่ แต่ที่จริงหลังจากนั้นเป็นต้นมามันก็ผ่านมาตั้ง 6 หรือ 7 ปีเข้าไปแล้ว” “ตอนนี้หลายคนกำลังหงุดหงิดอย่างหนัก เพราะคิดว่าทีมไม่ได้อยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง แต่ผมคิดว่าพวกเขามาถูกทางแล้ว เพราะสิ่งแรกที่ ยูไนเต็ด ต้องทำก็คือการทำให้ทีมมีแต่คนที่อยากอยู่กับทีมจากใจจริง เรื่องพรสวรรค์น่ะลืมไปก่อนก็ได้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มาจาก อเบอร์ดีน เมื่อปี 1986 และเขาก็โละพวกนักเตะเก่งๆ หลายคนออกไป เพื่อพยายามเปลี่ยนธรรมเนียมของทีม” “เขาได้รับเวลานานในการทำอย่างนั้น ลองคิดถึง นอร์แมน ไวท์ไซด์ ที่ย้ายออกไปสิ พอล แม็คกรัธ เองก็ไม่ได้อยู่กับทีมต่อเหมือนกัน พวกเขาต่างก็เป็นนักเตะที่เก่งที่สุดของทีม แต่เขา (เฟอร์กูสัน) พยายามทำและเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้น” “มันต้องใช้เวลาสักหน่อย โซลชา กำลังทำงานกับขุมกำลังแบบเดียวกับที่ (เจอร์เก้น) คล็อปป์ ได้รับสืบทอดมา มันไม่ใช่แบบเดียวกับที่ (โจเซป) กวาร์ดิโอล่า ได้รับสืบทอดมาจาก ซิตี้ เมื่อพิจารณาถึงเรื่องนี้แล้วน่ะ มันก็เห็นได้ชัดว่านี่การทำทีมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด (ของ โซลชา) ต้องใช้เวลานาน และมันจะมีช่วงที่น่าหงุดหงิดหลายครั้ง มันจะมีหลายครั้งที่ทีมจะมีผลการแข่งขันเหมือนอย่างเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน, วูล์ฟส์ และ คริสตัล พาเลซ แต่เมื่อคุณพิจารณาถึงสภาพโดยรวมแล้วนั้น คุณก็จะเห็นว่าองค์ประกอบที่สำคัญๆ หลายอย่างมันถูกต้องแล้ว” เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ไม่ล้มแผน!บาเยิร์นเตรียมหวนล่าซาเน่ช่วงตลาดเปิดม.ค

เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ ตีข่าว บาเยิร์น จะหวนไล่ล่าลายเซ็นของ ลีรอย ซาเน่ ดาวเตะ แมนฯ ซิตี้ ในช่วงเดือนมกราคมนี้ แต่ฝั่ง “เรือใบสีฟ้า” ก็ยังไม่คิดที่จะลดค่าหัวที่ตั้งเอาไว้ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน จะกลับมาเดินแผนล่าตัว ลีรอย ซาเน่ ปีกชาวเยอรมันของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงเดือนมกราคมนี้ ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษ เดิมที ซาเน่ ถือเป็นเป้าหมายในการเสริมทัพอันดับต้นๆ ของ บาเยิร์น ในตลาดช่วงซัมเมอร์ที่เพิ่งปิดตัวลงไป หลังจากพวกเขาจำเป็นต้องการปีกฝีเท้าดีมาทดแทนการบอกลาทีมไปของ อาร์เยน ร็อบเบน กับ ฟร้องค์ ริเบรี่ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถโน้มน้าวใจให้ แมนฯ ซิตี้ ยอมขายเขาได้ ซ้ำร้ายแข้งวัย 23 ปี ยังมาได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกจากเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ จนอาจจะต้องพักเป็นเวลานานอีก เรื่องดังกล่าวทำให้ บาเยิร์น ล้มแผนล่าตัว ซาเน่ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แล้วแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการหันไปยืม ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กับ อิวาน เปริซิช มาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังสนใจที่จะเอา ซาเน่ มาเสริมแกร่งอยู่ และจะพยายามดึงเขามาร่วมทีมให้ได้อีกครั้งในตลาดช่วงหน้าหนาว อย่างไรก็ตาม ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ แมนฯ ซิตี้ ยังไม่คิดที่จะปล่อย ซาเน่ ออกไปถูกๆ แต่อย่างใด หลังจากพวกเขาตั้งค่าหัวของอดีตแข้ง ชาลเก้ 04 เอาไว้ถึง 145 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,510 ล้านบาท) โดยฝั่ง “เรือใบสีฟ้า” ยังหวังว่า ซาเน่ จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมด้วย จากการที่ข้อตกลงฉบับเดิมจะหมดอายุลงในปี 2021 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ยังเทียบ2ทีมไม่ได้!โยริสรับสเปอร์สยังขาดบางอย่าง

อูโก้ โยริส นายด่าน สเปอร์ส ก้มหน้ารับ “ไก่เดือยทอง” ยังขาดคุณสมบัติที่ดีบางอย่างจนทำให้ยังเทียบกับ แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ไม่ได้ แต่ก็กระตุ้นให้ทีมของตนเดินหน้าทำงานของตัวเองให้ดีต่อไป อูโก้ โยริส ผู้รักษาประตูคนเก่งของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าทีมของตนยังขาดคุณสมบัติที่ดีบางอย่างที่จะช่วยให้พวกเขามีลุ้นแชมป์ลีกร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ได้ สเปอร์ส ถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมที่มีลุ้นแชมป์ลีกตลอดช่วงไม่กี่ซีซั่นที่ผ่านมา หลังจากที่พวกเขามีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมจนมีผลงานที่ดีตามไปด้วย แต่ทัพ “ไก่เดือยทอง” ก็ยังไม่สามารถไปถึงตำแหน่งแชมป์ลีกได้สักที โดยซีซั่นที่ดีที่สุดคือฤดูกาล 2016-17 ที่พวกเขาได้อันดับ 2 ในลีก โยริส เผยว่า “ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ มีประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม และเป็นทีมที่เก่งสุดๆ ตอนนี้ผมคิดว่าเรายังขาดบางอย่างอยู่ (ที่จะทำให้เป็นแชมป์ได้) เราจะมารอดูกันหลังจากนี้ว่ามันจะเป็นยังไงบ้าง เพราะในวงการฟุตบอลน่ะหลายอย่างมันเปลี่ยนไปเร็วมากๆ” “สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการที่เรามีสมาธิอยู่กับตัวเอง, เก็บแต้มให้ได้, เล่นให้ดีแบบคงเส้นคงวาในลีก แล้วเราก็จะได้เห็นกันว่าพอถึงช่วงเดือนเมษายน หรือเดือนมีนาคมนี้เราจะอยู่ในอันดับไหน นั่นคือช่วงที่จะตัดสินว่าคุณมีโอกาสที่จะได้โควตาลุยฟุตบอลถ้วยยุโรป หรือมีลุ้นแชมป์รึเปล่า แต่ตอนนี้เราไม่อยากสนใจกับคำถามแบบนั้น (เรื่องที่ว่ามีลุ้นแชมป์หรือไม่)” เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

เชื่อไหม?เผยญาติเจอร์ราร์ดเคยปัดข้อเสนอแมนยู

เอเจนต์ชาวอิตาเลียน เปิดเผยเรื่องเด็ดว่า บ็อบบี้ ดันแคน หัวหอกญาติสตีเว่น เจอร์ราร์ด เคยได้รับข้อเสนอจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนใจอยากดึงตัวไปร่วมทีม แต่สุดท้ายเจ้าตัวปฏิเสธโดยให้เหตุผลอย่างหล่อไม่อยากทรยศ ลิเวอร์พูล บ็อบบี้ ดันแคน กองหน้าดาวรุ่ง เคยปฏิเสธโอกาสย้ายไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่สุดท้ายจะเดินทางไปเป็นสมาชิกใหม่ ฟิออเรนตินา โดยให้เหตุผลไม่อยากทรยศ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จากการเปิดเผยของ วิเชนโซ่ โมราบิโต้ เอเจนต์ชาวอิตาเลียนของนักเตะ ฟิออเรนติน่า ยื่นข้อเสนอของยืมตัว ดาวเตะญาติสตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันทีม “เดอะ เร้ดส์” ในตอนแรกแต่โดน ลิเวอร์พูล ปฏิเสธ อย่างไรก็ตามหลังจากที่ ซาอิฟ รูบี้ เอเจนต์ของนักเตะออกมาจวกหนักสโมสร ในที่สุดพวกเขาก็จำใจต้องปล่อย ดันแคน ออกไปด้วยสนนราคา 1.8 ล้านปอนด์ (ราว 68.4 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามก่อนจะได้ย้ายไป “วีโอล่า” ยังมีประเด็นน่าสนใจยิ่งกว่านี้อีกเมื่อความจริงแล้ว ดันแคน ได้รับความเสนอมากมายโดยเฉพาะจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายเจ้าตัวปัดโอกาสไปเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เนื่องจากไม่ต้องการหักหลังสาวก “เดอะ ค็อป” โมราบิโต้ ซึ่งทำงานร่วมกับ รูบี้ ในการนำ ดันแดน ย้ายไปอยู่กับฟิออเรนติน่า กล่าวว่า “ทั้งหมดนี้เริ่มต้นในเดือนเมษายน ซาอิฟ ติดต่อมาหาผม และเราเตรียมที่จะทำงานร่วมกันในการพยายามหาสโมสรใหม่ให้ บ็อบบี้ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่อยากทรยศ ลิเวอร์พูล และปฏิเสธ ยูไนเต็ด ซึ่งยืนยันว่าอยากได้เขามากๆ” “เขามีโอกาสได้ย้ายไป ลาซิโอ แต่ความสัมพันธ์กับ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยดีนัก และสุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น (เทรนเนอร์ลาซิโอ) ซิโมเน่ อินซากี้ จะทำให้เขาเติบโตยิ่งขึ้น และผมหวังว่าเขาจะเป็นแบบนั้นกับ (กุนซือฟิออเรนติน่า) วินเชนโซ่ มอนเตลล่า” เอเจนต์เลือดมะกะโรนี ระบุ เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ลูกากูทีเด็ด! เบลเยียมงานง่ายบุกซานมารีโนยึดหัวฝูงคัดยูโร

เบลเยียม ทำผลงานในทัวร์นาเมนต์คัดเลือกหนนี้ยอดเยี่ยม คว้าชัยมาสี่เกมรวด นัดนี้ โรเมลู ลูกากู หัวหอกฟอร์มแรงจากอินเตอร์ มิลาน ลงล่าสกอร์บุกบ้าน ซานมารีโน ทีมสมันน้อย ที่ยังเก็บแต้มไม่ได้ แถมเจาะตาข่ายใครไม่เข้าสักเม็ด ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป 2020 รอบคัดเลือก กลุ่ม ไอ คืนวันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562 ซานมารีโน ออกสตาร์ต 4 เกมแรกแบบตามสภาพ แพ้รวดเสียรวม 20 ประตูเฉลี่ยโดนรัวพรุนนัดละ 5 สกอร์พอดี มิเท่านั้น ขุมกำลังยังประสบปัญหาเมื่อ เอเลีย เบเนเด็ตตินี่ นายทวารมือ 1 จากโนวาร่า ในลีกเซเรีย ซี อิตาลี เกิดบาดเจ็บถอนตัวไปแล้ว คาดว่าต้องใช้บริการ ซิโมเน่ เบเนเด็ตตินี่ จากทีมยู-21 ลงประเดิมเฝ้าเสาแทน ตัวจริงที่เหลือล้วนเป็นพวกแข้งกึ่งอาชีพ มีเพียง นิโกล่า นานนี่ หน้าเป้าดาวรุ่งวัย 19 ที่สังกัดสโมสรโมโนโปลี ในเซเรีย ซี แดนมะกะโรนีเช่นกัน ฟากทีมปีศาจแดงยุโรปภายใต้บังเหียน โรเบร์โต้ มาร์ตีเนซ ฟาดชัย 4 เกมรวดดูแล้วไม่ควรพลาดตีตั๋วรอบสุดท้าย แต่ปัญหาคือในโผชุดนี้มีแข้งหลักถอนตัวไปหลายรายเหลือเกิน เอแด็น และ ตอร์กกาน อาซาร์ สองพี่น้องตัวรุกคนดังต่างบาดเจ็บทยอยถอนตัว เช่นเดียวกับ อักเซล วิตเซิล กองกลางดอร์ทมุนด์, แว็งซ็องต์ ก็องปานี หลังตัวเก๋าอันเดอร์เลชท์ที่เพิ่งยุติบทบาทโค้ชมือใหม่, ทิโมธี่ กัสตันเย่ แบ็กขวาอตาลันต้า รวมถึง คูน คาสทีลส์ โกลโวล์ฟสบวร์ก โดยได้เรียก เฮนดริค ฟาน ครอมบรูช นายด่านอันเดอร์เลชท์มาเสียบโควตาแทนแล้ว กระนั้นด้วยเหตุที่เจอทีมสมันจอมแบ่งแต้มจึงไม่น่ากังวลเท่าไร อาจจะปรับเอา เควิน เดอ บรอยน์ ลงตำแหน่งต่ำ เพื่อเปิดโอกาสให้ ดรีส เมอร์เท่นส์ ตัวจี๊ดนาโปลี รวมถึง เลอันโดร ตรอสซาร์ต แข้งใหม่ไบรท์ตันได้ลุ้นประเดิม คอยสนับสนุน โรเมลู ลูกากู ดาวยิงสูงสุดที่เพิ่งย้ายจากแมนฯ ยูไนเต็ดไปเกิดใหม่กับอินเตอร์ มิลาน รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ซานมารีโน (4-2-3-1) : ซิโมเน่ เบเนเด็ตตินี่ – ฟาบิโอ วิตาโยลี่, ดาวิเด้ ซิมอนชินี่, คริสเตียน โบรลลี่, อันเดรีย กรันโดนี่ – เอ็นริโก้ โกลินุชชี่, อเลสซานโดร โกลินุชชี่ – มาร์เชลโล่ มูลาโรนี่, มัตเตโอ วิตาโยลี่, มีร์โก ปาลัซซี่ – นิโกล่า นานนี่ เบลเยียม (3-4-2-1) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ยาน แฟร์ทองเก้น, โธมัส แฟร์มาเล่น – โตมาส์ เมอนิเย่ร์, เควิน เดอ บรอยน์, ยูริ ตีเลอมันส์, ยานนิค การ์ราสโก้ – ดรีส เมอร์เท่นส์, เลอันโดร ตรอสซาร์ต – โรเมลู ลูกากู ผู้ตัดสิน : โฮราติอู เฟสนิค (โรมาเนีย) เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

จับตาให้ดี! 5วันเดอร์คิดแมนยูที่รอวันเจิดจรัสแสง

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สูญเสียความเป็นตัวเองไป นับตั้งแต่การก้าวลงจากตำแหน่งกุนซือของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อปี 2013 ซึ่งปัจจุบันนี้ที่มี โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นำทัพ แม้ผลงานของทีมยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ก็มีการส่งสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับเรื่องการปั้นและผลักดันนักเตะดาวรุ่ง อย่างในตอนนี้ โซลชา ก็เริ่มให้โอกาสกับกลุ่มนักเตะแววดีจากอคาเดมี่ของสโมสรอย่าง เมสัน กรีนวู้ด, ทาฮิธ ชอง และ อังเคล โกเมส ได้โชว์ฝีเท้าบ้างแล้ว วันนี้เรามาส่องกันหน่อยว่า ดาวรุ่งจากทีมเยาวชน “ปีศาจแดง” อีก 5 รายที่อาจจะได้รับโอกาสจาก โซลชา ในเร็วๆ นี้ มีใครกันบ้าง – ดิลลอน โฮเกอแวร์ฟ (กองหน้า, 16 ปี) ถูก แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัวมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม สดๆ ร้อนๆ ในช่วงซัมเมอร์ และมีชื่ออยู่ในทีมสำรองหรือทีมรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ของ “ปีศาจแดง” ทันที โดยฤดูกาลที่แล้ว หัวหอกจอมพลิ้วชาวดัตช์รายนี้ กดไป 10 ประตู กับ 6 แอสซิสต์ ในการเล่นให้ อาแจ็กซ์ ยู-17 – เทเดน เมนจี (เซนเตอร์แบ็ก, 17 ปี) ถึงแม้อายุแค่ 17 ปี แต่รูปร่างและความแข็งแกร่งของเด็กคนนี้ถือว่าเกินวัย เมนจี ถือเป็นเซนเตอร์แบ็กที่ฉลาดและมีไหวพริบดี มีชื่ออยู่ในทีมยู-23 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เรียบร้อย แถมถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษ ยู-18 แล้วด้วย – อาร์เนา ปูอิกมาล (กองกลาง, 17 ปี) เด็กจากเมืองบาร์เซโลน่าคนนี้ เคยร่วมฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ภายใต้การนำทัพของ โซลชา มาแล้ว เรื่องฝีเท้าของเจ้าหนู ปูอิกมาล ถือว่าไม่ธรรมา เป็นมิดฟิลด์ตัวกลางที่มีความสามารถหลากหลาย เพราะสามารถโยกไปเล่นเป็นแบ็กขวาได้ด้วย และเมื่อเร็วๆ นี้ถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติสเปน ยู-17 เรียบร้อย แต่ปัญหาคือเจ็บบ่อย – โชล่า ชอร์ไทร์ (ปีก, 15 ปี) เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เจ้าหนู ชอร์ไทร์ ทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยสุดตลอดกาลที่ลงเล่นในศึก ยูฟ่า ยูธ ลีก และที่น่าทึ่งเข้าไปอีกคือ เวลานี้ ชอร์ไทร์ กลายเป็นขุนพลคนสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยู-18 ภายใต้การนำทัพของ นิคกี้ บัตต์ ไปแล้ว และเมื่อเร็วๆ นี้ยังได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษ ยู-16 ด้วย – ชาร์ลี เวลเลนส์ (กองกลาง, 16 ปี) นี่คือเด็กที่ถูกจับตามองอย่างมาก เป็นมิดฟิลด์ตัวกลางที่โดดเด่นเรื่องการทำประตู จนถูกยกให้เป็น “นิว พอล สโคลส์” เลยทีเดียว ตอนนี้ เวลเลนส์ เป็นกำลังหลักในทีมยู-18 ของ “ปีศาจแดง” ซึ่ง บัตต์ และอีกหลายๆ คนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เด็กคนนี้น่าจะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

คนละโลก!โอเว่นรับไม่ซี้กับเบ็คแฮมตอนอยู่มาดริด

ไมเคิ่ล โอเว่น ระบุ ตนไม่ได้สนิทกับ เดวิด เบ็คแฮม มากเท่าไหร่ในตอนที่พวกเขาอยู่กับ เรอัล มาดริด พร้อมชี้ ตอนนั้นตนกับ เบ็คแฮม ต่างกันคนละขั้ว ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตกองหน้าคนดัง เปิดเผยว่าสมัยที่อยู่กับ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน ตนไม่ได้สนิทกับ เดวิด เบ็คแฮม เลย แม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนอังกฤษเหมือนกันก็ตาม แถมยังให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าห่างเหินกันมากกว่าเดิมด้วย หลังจาก เบ็คแฮม ย้ายไปอยู่กับ เรอัล ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2003 แล้วนั้น โอเว่น ก็มาเล่นกับ “ราชันชุดขาว” ในอีก 1 ปีให้หลัง แต่ในฤดูกาล 2004-05 พวกเขาก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จได้ ก่อนที่ โอเว่น จะโดนปล่อยให้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2005 โอเว่น กล่าวใน รีบู้ท – มาย ไลฟ์, มาย ไทม์ หนังสืออัตชีวประวัติเล่นใหม่ของตัวเองว่า “ถึงแม้ว่าเราจะได้อยู่บ้านหลังที่ใกล้กับ เดวิด และ วิคตอเรีย เบ็คแฮม รวมถึงเป็นครอบครัวชาวอังกฤษ 2 ครอบครัวที่ต้องใช้ชีวิตในต่างแดนด้วยการอาศัยอยู่ในเมืองเดียวกัน แต่ทั้งพวกเขาและพวกเราต่างก็ไม่ได้สนิทกันมากเท่าไหร่” “การที่ทั้ง หลุยส์ และ วิคตอเรีย ต่างก็เป็นคนที่ค่อนข้างชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว และต้องดูแลเด็กที่อายุยังน้อย มันก็ทำให้ทั้งคู่ได้เจอกันเพียงไม่กี่ครั้ง โดยเป็นตอนที่พวกเราซ้อมกัน ระดับของมิตรภาพมันอยู่แค่นั้น ซึ่งที่จริงนี่ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเลย เมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่ว่าตอนที่เราอยู่ที่ มาดริด ด้วยกันน่ะ เดวิด กับผมเองก็แตกต่างกันมากกว่าครั้งไหนๆ เลย” “ผมน่ะไม่ชอบใส่อะไรที่มันเก๋ไก๋มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว และไม่ใช่พวกที่ชอบไปสังสรรค์กับชาวบ้านชาวช่องเท่าไหร่ ในทางกลับกัน เดวิด กับ วิคตอเรีย ต่างก็เป็นคนระดับซูเปอร์สตาร์ ซึ่งมันก็ถือว่าเป็นสถานะที่พวกเขาคู่ควร ถ้ามองในมุมของสังคมแล้วนั้น พวกเขาต่างกับเราชนิดอยู่คนละจักรวาลกันเลย ผมไม่เคยรู้สึกเลยว่าตัวเองเป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนวงในของ เดวิด” เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ชำแหละคีย์แมนดอร์ทมุนด์ ผู้นำทัพเสือเหลืองเขย่าบัลลังก์เสือใต้

ในฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไป “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจสุดๆ หลังต่อสู้ฟาดฟันกับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ที่คว้าแชมป์ลีกในปีนี้ไปแบบไม่ยอดลดละ เรามาดูผลงานกันเป็นรายบุคคลได้เลยว่า มีใครในทีมโชว์ผลงานได้อย่างโดดเด่นบ้าง… 1. “กัปตันจอมทัพ” มาร์โค รอยส์ ผ่านพ้นมรสุมชีวิตค้าแข้งมาได้ หลังเจ็บๆ หายๆ มาหลายฤดูกาล ในซีซั่นนี้เขาสามารถรักษาร่างกายและฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมจนได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ รอยส์ยิงรวมถึง 17 ประตู ทำได้ 8 แอสซิสต์ และพลาดลงสนามเพียง 4 นัดเท่านั้น ถือเป็นตัวเลขที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่เคยทำได้ในบุนเดสลีกาสำหรับแข้งดีกรีทีมชาติเยอรมนีคนนี้ สถิติของรอยส์ – มีเพียงโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และจาดอน ซานโช เท่านั้นที่ทั้งยิงทั้งจ่ายได้มากกว่าเขาในฤดูกาลนี้ – ลงสนามในบุนเดสลีกาเกิน 20 นัดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2015/16 – อัตราจ่ายบอลสำเร็จ 84% รอยส์กล่าวว่าเขาไม่อยากให้พูดว่านี่คือฟอร์มที่ดีที่สุดของเขา เพราะเหมือนว่าเขาจะไม่พัฒนาอีกแล้ว ซึ่งในความเป็นจริงเขาเชื่อว่าตัวเองยังพัฒนาได้อีก 2. “ราชาแอสซิสต์” จาดอน ซานโช แข้งดาวรุ่งวัยเพียง 19 ปีแต่กลับโชว์ฟอร์มสนับสนุนทีมได้สุดยอด เมื่อทำแอสซิสต์ในฤดูกาลล่าสุดได้มากกว่าดาวเตะระดับโลกอย่างลิโอเนล เมสซี เสียอีก ซานโชพิสูจน์ฝีเท้าให้เห็นแล้วว่าเขาเหมาะสมกับตำแหน่งผู้เล่นหลักของทีม เขาลงสนามในทุกๆ เกมบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้โดยออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 26 นัด ยิงได้ 12 ประตู ผลงานแบบนี้ทำให้สโมสรหมดห่วงเรื่องที่ต้องเสียคริสเตียน พูลิซิชให้เชลซีไปได้เลย ซึ่งนี่เป็นเพียงฤดูกาลที่ 2 ในการค้าแข้งอย่างเป็นทางการของดาวรุ่งดีกรีทีมชาติอังกฤษเท่านั้นเอง สถิติของซานโช – ยิงได้ 1 ประตูและทำ 5 แอสซิสต์ในฐานะผู้เล่นสำรอง ก่อนที่จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงนัดแรกในเกมลีกนัดที่ 7 – นักเตะคนแรกที่เกิดในสหัสวรรษใหม่และยิงเบิ้ลได้ในบุนเดสลีกา (เกมลีกนัดที่ 9 พบแฮร์ธ่า เบอร์ลิน) – นักเตะที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของดอร์ทมุนด์ที่ยิง 10 ประตูขึ้นไปในฤดูกาลเดียว “แม้จาดอนจะยังเด็กมาก แต่เขาได้รับบทบาทสำคัญ เขามีทักษะการเลี้ยงบอลอันเหลือเชื่อ ยอดเยี่ยมสุดๆ” ลูเซียง ฟาฟร์ กล่าว 3.”คู่หูห้องเครื่อง” โทมัส เดลานีย์ และ อักเซล วิตเซล ว่ากันตามตรง ความหวังในการลุ้นแชมป์ของดอร์ทมุนด์อาจจะจบไปนานแล้วก็ได้หากไม่มีสองห้องเครื่ องคู่นี้ นับตั้งแต่โทมัส เดลานีย์ และ อักเซล วิตเซล เข้ามาร่วมชายคาทีมเสือเหลืองในช่วงฤดูร้อนปี 2018 เกมของพวกเขาก็ดีขึ้นผิดหูผิดตา เมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อนพวกเขาเอาชนะได้มากขึ้นถึง 8 เกม แพ้น้อยกว่าเดิมถึง 5 เกม โดนใบเหลืองรวมกันทั้งฤดูกาลเพียง 8 ใบ ช่วยให้ดอร์ทมุนด์อัพฐานะจากผู้ท้าชิงแชมป์มาเป็นทีมลุ้นแชมป์เต็มตัวในฤดูกาลนี้ สถิติของเดลานีย์และวิตเซล – อัตราจ่ายบอลสำเร็จสูงถึง 90% – อัตราแย่งบอลสำเร็จสูงถึง 60% – ยิงรวมกัน 7 ประตูและทำ 6 แอสซิสต์ในบุนเดสลีกา 4. “เครื่องจักรถล่มประตู” ปาโก้ อัลกาเซร์ ดูจากผลงานและสถิติแล้วเถียงไม่ได้เลยว่า อัลกาเซร์ก็เป็นหนึ่งในขุนพลที่เกือบช่วยให้เสือเหลืองคว้าแชมป์ลีกปีนี้ได้ เขายิงได้ถึง 18 ประตู เป็นดาวซัลโวอันดับสองรองจากโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โดยที่ 12 ประตูที่ยิงได้มาจากการถูกเปลี่ยนตัวลงจากม้านั่งสำรอง อัลกาเซร์สร้างความฮือฮาให้กับทีมในหลายๆ นัด ทั้งในเกมที่เหมาสองลูกพาทีมคว่ำเลเวอร์คูเซน ยิงแฮตทริคใส่เอาก์สบวร์กภายในเวลา 34 นาที ประตูชัยโค่นบาเยิร์น มิวนิค และสองประตูช่วงท้ายเกมที่ปราบโวล์ฟสบวร์ก เป็นสิ่งยืนยันชัดเจนว่าการถูกดองที่บาร์เซโลน่าไม่อาจทำให้สนิมเกาะคมเท้าของเขาได้เลย สถิติของอัลกาเซร์ – อัตรายิงประตูทุก 66 นาที สูงสุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา ทุบสถิติของแกร์ด มึลเลอร์ และ กราฟิเต้ (ยิง 18 ประตูใน 1,204 นาที) – ทำสถิติยิงประตูสูงสุดในฐานะผู้เล่นสำรอง โดย 12 ประตูที่ยิงได้มาจากช่วง 15 นาทีสุดท้าย – ยิงประตูจากระยะไกลได้ถึง 5 ประตู และจากฟรีคิก 3 ประตู (สูงที่สุดในลีกร่วมกับอีก 2 คน) 5. “ฮีโร่ผู้ปิดทองหลังพระ” มาริโอ เกิทเซ่ นักเตะที่ ฟร้านซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ เคยขนานนามว่าเป็น “เมสซีของเยอรมนี” เกิทเซ่ ต่อสู้อย่างหนักจนกลับมายืดตำแหน่งตัวจริงได้อีกครั้งภายใต้บังเหียนของลูเซียง ฟาฟร์ เขาได้โอกาสลงเล่นถึง 14 จาก 17 เกมในครึ่งซีซั่นหลัง อีกทั้งยังยิงประตูได้ไม่น้อย รวมถึงประตูสำคัญที่เขายิงพาทีมมีลุ้นแชมป์ ไปจนถึงเกมนัดสุดท้ายของศึกบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ สถิติของเกิทเซ่ – ทำ 7 ประตูกับ 4 แอสซิสต์ เป็นผลงานที่ดีที่สุดของเขานับตั้งแต่ฤดูกาล 2014/15 ที่ไปอยู่กับบาเยิร์น (เคยทำได้ 9 ประตูกับ 4 แอสซิสต์จากการลงเล่น 32 เกมให้บาเยิร์น) – ยิง 3 ประตูจาก 5 เกมสุดท้ายของฤดูกาล – ลงสนาม 18 นัดในตำแหน่งฟอลส์ไนน์ เกิทเซ่กล่าวไว้ว่า เขาอยากให้ลูเซียง ฟาฟร์ เห็นว่าทำผิดพลาดที่ไม่เลือกเขาเป็นตัวจริงตั้งแต่ต้นฤดูกาล เขาพยายามอย่างหนัก จนในที่สุดก็ชนะใจกุนซือใหญ่ได้สำเร็จ เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th